เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน Curcuma C-E Maxx สารสกัดขมิ้นชันชนิดแคปซูล สูตรใหม่ เข้มข้นกว่าเดิม 7 เท่า

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน Curcuma C-E Maxx

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน Curcuma C-E Maxx สารสกัดขมิ้นชันชนิดแคปซูล สูตรใหม่ เข้มข้นกว่าเดิม 7 เท่า

 

          เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน สารสกัดขมิ้นชันเข้มข้น 88.88 มก. เทียบเท่าผงขมิ้นชัน 2,000 มก. ปริมาณมากที่สุดที่ อย.อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม ด้วยสารสกัดขมิ้นชันที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS ร่วมกับ Piperine (สารสกัดพริกไทยดำ)

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน, Curcuma C-E Maxx

 

 

ประโยชน์ของขมิ้นชัน โดยจากงานวิจัยพลว่า เคอร์คูมินอยด์ ในขมิ้นชันมีคุณประโยชน์ดังนี้..

  • ช่วยต้านการอักเสบ บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
  • ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม
  • บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  • ป้องกันอัลไซเมอร์
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ปกป้องตับจากสารพิษ

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน, Curcuma C-E Maxx

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากขมิ้นชัน และนวัตกรรมเพื่อการดูดซึมที่เหนือกว่า

          ขมิ้นชัน (Tumeric) มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Curcuma longa Linn. มีสารสำคัญใน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มน้ำมันหอมระเหย (Volatile Oil) และกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่เรียกว่า เคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) โดยเคอร์คูมินอยด์ ประกอบด้วยสารหลัก 3 ชนิด คือ เคอร์คูมิน (77%) demethoxy-Curcumin (17%) และ bis-demethoxy-Curcumin (6%) โดยประมาณ (อ้างอิงที่ 1,2) มีงานศึกษาวิจัยพบว่า ขมิ้นชันมีประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้

 

ประโยชน์ของขมิ้นชัน

ข้ออักเสบ
          เคอร์คูมินอยด์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม โดยพบว่าการศึกษาแบบ Randomized double-blind placebo-controlled trail ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมระดับอ่อน-ปานกลาง เคอร์คูมินอยด์สามารถบรรเทาอาการปวด และปรับปรุงสมรรถภาพทางกายของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ และไม่พบอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้เคอร์คูมินอยด์ (อ้างอิงที่ 2-4)

ระบบหัวใจ หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง
          เคอร์คูมินอยด์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงมีประโยชน์ในระบบหัวใจ หลอดเลือดหัวใจและสมอง (อ้างอิงที่ 3) โดยมีการศึกษาแบบ Randomized double-blind placebo-controlled trail ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่า การได้รับเคอร์คูมินอยด์ร่วมกับการรักษาเบาหวานตามปกติ ส่งผลให้ระดับไขมันในเลือดได้แก่ โคเลสเตอรอลรวม, Non-HDL-cholesterol และ Lipoprotein (a) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการรับประทาน และมีระดับ HDL เพิ่มขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองลงได้ (อ้างอิงที่ 5 ) อีกงานวิจัยที่น่าสนใจคือ งานวิจัยในหนูทดลอง โดยได้ทดลองผูกเส้นเลือดหัวใจเพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารเคอร์คูมิน จะมีปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตายน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (อ้างอิงที่ 6)

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน Curcuma C-E Maxx

ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด
          มีงานวิจัยพบว่า สามารถให้ขมิ้นชัยเสริมกับยาต้านมะเร็งได้เพราะช่วยเพิ่มการดูซึม หรือเพิ่มความคงตัวของยาต้านมะเร็ง (อ้างอิงที่ 7 ) และขมิ้นชันยังได้รับคำแนะนำว่า น่าจะมีบทบาทในการป้องกันมะเร็งได้มาก เพราะมีกลไกป้องกันมะเร็ง โดยออกฤทธิ์ที่เอนไซม์กระตุ้นการก่อมะเร็ง (Phase I and II carcinogen-metabolizing ensymes) ของสารเหนี่ยวนำมะเร็งอีกด้วย (อ้างอิงที่ 8)
          เคอร์คูมินในขมิ้นชัน มีฤทธิ์ยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็งของมนุษย์ได้หลายชนิด เช่น เซลล์มะเร็งตับ, มะเร็งตับอ่อน, เซลล์มะเร็งเม็ดโลหิตขาว T cel Leukemia, เซลล์มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ Bladder cancer cell, เซลล์มะเร็งปอดชนิด Non Small Cell Carcinoma ทำให้มีการเสนอแนะว่า ขมิ้นชันน่าจะมีบทบาทในการป้องกันมะเร็งปอดในผู้ที่สูบบุหรี่ เซลล์มะเร็งผิวหนัง (Melanoma), เซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง Non-Hodgkin’s lymphoma, เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Human colon adenocarcinoma), เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก, เซลล์มะเร็งรังไข่, เซลล์มะเร็งเต้านม และเนื่องจากขมิ้นชันยับยั้งไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก ทำให้อาจจะนำมาใช้ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก (อ้างอิงที่ 9-21)

ระบบทางเดินอาหาร
          ขมิ้นชันมีฤทธิ์ขับลม จึงช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยลดการเกิดแผลในกระเพาะ ด้วยกลไกการกระตุ้นเมือกมาเคลือบกระเพาะอาหาร และช่วยสมานแผลที่เกิดขึ้นในกระเพาะอาหาร (อ้างอิงที่ 22) ช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน (อ้างอิงที่ 23)

ช่วยปกป้องตับ
          เคอร์คูมินอยด์มีฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบจากสารพิษ (อ้างอิงที่ 24) และมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease; NAFLD) โดยมีผลการศึกษาว่าการรับประทานขมิ้นชัน ทำให้ค่าเอนไซม์ที่บ่งชี้ถึงความเสียหายของตับลดลง (อ้างอิงที่ 25,26)

ต้านเชื้อจุลชีพ (Antimicrobial)
          มีรายงานการศึกษาถึงฤทธิ์ของเคอร์คูมินในการต้านเชื้อจุลชีพต่างๆ ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา เช่น ต้านเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pyroli (เป็นเชื้อที่ทำให้แผลในกระเพาะอาหาร) ต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ เอ (อ้างอิงที่ 27,28)

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
          เคอร์คูมินช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (อ้างอิงที่ 29) มีการทดลองแบบสุ่ม Randomized double-blind study ในผู้ป่วย 241 รายที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis; AR) พบว่าเคอร์คูมินออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการจาม น้ำมูกไหลและคัดจมูก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น (อ้างอิงที่ 30)

ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ ปกป้องเซลล์สมอง
          ปัจจุบันมีการค้นพบว่า โรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในกลุ่มที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ และกลไกของต้านอนุมูลอิสระอาจมีบทบาทในการป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ มีงานวิจัยที่ระบุว่า ขมิ้นชันเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีบทบาทในการป้องกันโรคนี้ (อ้างอิงที่ 31-33)

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
         เคอร์มูมินอยด์มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด มีการศึกษาแบบ Randomized double-blind placebo-controlled trail ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่า สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังการอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (Fasing Blood Sugar; FBS) และระดับน้ำตาลสะสมเฉลี่ยสามเดือนในเม็ดเลือดแดง (Hemoglobin A1C) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ (อ้างอิงที่ 34-36)

         อย่างไรก็ตาม ร่างกายมนุษย์ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ดังกล่างข้างต้นจากเคอร์คูมินอยด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากเคอร์คูมินอยด์ละลายน้ำได้น้อย จึงไม่ค่อยละลายในลำไส้ และมีโมเลกุลที่ใหญ่ จึงถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้ยาก และถูกกำจัดออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จึงมีการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้มีชีวปริมาณออกฤทธิ์ (Bioavailability) สูงขึ้น เช่น การทำให้อยู่ในรูปฟอสโฟลิปิด (Phospholipids) หรือ ไฟโตโซม (Phytosome) เป็นต้น เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมสารเคอร์คูมินอยด์

Curcuma C-E Maxx

 

นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารเคอร์คูมินคือ

          เทคโนโลยี Polar and Non-polar Sandwich (PNS) ซึ่งมีหลักการพื้นฐานเรื่อง โมเลกุลที่มีขั้วจะรวมตัวกับโมเลกุลที่มีขั้วด้วยกัน โมเลกุลที่ไม่มีขั้วจะรวมตัวกับโมเลกุลที่ไม่มีขั้วด้วยกัน โดยโมเลกุลที่มีขั้วจะไม่รวมตัวกับโมเลกุลที่ไม่มีขั้ว

ซึ่งสารเคอร์คูมิน ถือเป็นโมเลกุลที่ไม่มีขั้ว ขณะที่ผนังลำไส้เป็นกลุ่มที่มีขั้ว จึงทำให้เคอร์คูมินถูกดูดซึมได้ยาก

          นวัตกรรม PNS นี้ เป็นการจัดเรียงโมเลกุลใหม่ (Complete Natural Turmeric Matrix; CNTM) โดยในขั้นแรก จะสกัดสารที่อยู่ในขมิ้นชันออกมาเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ

1. เคอร์คูมิน
2. กลุ่มน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากการกลั่นขมิ้น เช่น bisabolanes และ sesquiterpenes (กลุ่มไม่มีขั้ว)
3. สารสกัดจากน้ำที่เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ใยอาหารและโปรโตีน (กลุ่มมีขั้ว)

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน Curcuma C-E Maxx

 

          จากนั้นใช้เทคโนโลยี PNS จัดเรียงให้เคอร์คูมิน ถูกประกบอยู่ระหว่างส่วนที่มีขั้วและไม่มีขั้ว จึงถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้ดีขึ้น และช่วยให้ถูกกำจัดออกได้ช้าลง ทำให้โดยรมแล้ว ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ (Bioavailability) ได้มากขึ้น (อ้างอิงที่ 37-39)

โดยมีงานวิจัยในผู้ชายสุขภาพดีอายุ 18-45 ปี จำนวน 12 คนพบว่า
– ขมิ้นชันที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS มีการดูดซึมของเคอร์คิวมินสูงกว่ารูปแบบสารสกัดแบบทั่วไปถึง 10 เท่า (ค่า Cmax) และ 5.5 เท่า (ค่า AUC) (อ้างอิงที่ 1)

และงานวิจัยในผู้ชายสุขภาพดีอายุ 18-45 จำนวน 45 คน พบว่า
– ขมิ้นชันที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS มีการดูดซึมของเคอร์คูมินสูงกว่ารูปแบบ Curcumin Volatile Oils ถึง 3.5 เท่า (ค่า Cmax) และ 7.3 เท่า (ค่า AUC) (อ้างอิงที่ 38)
– ขมิ้นชันที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS มีการดูดซึมของเคอร์คูมินสูงกว่ารูปแบบ Curcumin Phospholipids หรือ Phytosome ถึง 2.4 เท่า (ค่า Cmax) และ 5.6 เท่า (ค่า AUC) (อ้างอิงที่ 38)

          นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่นที่ศึกษาที่ใช้สาร Piperine (สารสกัดจากพริกไทย) ซึ่งช่วยเพิ่มการดูดซึมและช่วยชะลอการเผาผลาญว่า การรับประทานเคอร์คูมินร่วมกับสารสกัดจากพริกไทย สามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมสารเคอร์คูมินได้ (อ้างอิงที่ 40-42)

Curcuma C-E Maxx

การศึกษาความปลอดภัยของขมิ้นชัน
          การศึกษาพิษเฉียบพลันของขมิ้นชันในหนู พบว่า ไม่ทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลัน และไม่ทำให้หนูตาย ส่วนการศึกษาพิษเรื้อรังของขมิ้นชันในหนู พบว่า ไม่ทำให้เกิดอาการพิษใดๆ รวมทั้งไม่มีผลต่อค่าทางโลหิตวิทยา หรือค่าเคมีคลินิก และไม่ทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายใน (อ้างอิงที่ 43)

ข้อควรระวัง
          การใช้ขมิ้นชันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน (อ้างอิงที่ 44) ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือดและเกล็ดเลือด (อ้างอิงที่ 3)

 

 

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน, Curcuma C-E Maxx

 

ขมิ้นชัน กิฟฟารีน

เคอร์คิวมา ซีอี แมกซ์ กิฟฟารีน Curcuma C-E Maxx

ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย :

  • สารสกัดขมิ้นชัน 88.88 มก.
    (เทียมเท่าผงขมิ้นชัน 2,000 มก. ปริมาณมากที่สุดที่ อย.อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)
  • กรดแอสคอร์บิก 60 มก. (ให้วิตามินซี 60 มก.)
  • ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล 30 มก. แอซีเทต 50 % (ให้วิตามินอี 15 หน่วยสากล)
  • สารสกัดพริกไทยดำ 5.26 มก. (ให้ Piperine 5 มก.)


วิธีรับประทาน :
วันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

รหัสสินค้า : 41036
ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล
ราคา : 600 บาท

 

สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : WeLoveGiffarine
Email : mai-mee-jai@hotmail.com
โทร. 090-0491594 /Line : @welove.giffarine

รับสมัครตัวแทนทั่วประเทศ 

 

เอกสารอ้างอิง ขมิ้นชัน กิฟฟารีน

ความคิดเห็น